Translate

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทความแปล - ทฤษฏีคอเลสเตอรอล โกหกคำโต (ตอนที่ 2)

ความมหัศจรรย์ของหัวใจมนุษย์



อัตรา การเต้นของหัวใจคนทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 72 ครั้งต่อนาที เท่ากับ 100,000 ครั้งต่อวัน หรือ 36 ล้านครั้งต่อปีตลอดชั่วอายุขัย ทำการสูบฉีดโลหิต 1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอจะบรรจุในเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ได้ถึง 4 ลำ หัวใจของเรามีความแข็งแรงดุจม้าทรงพลัง การเต้นแต่ละครั้งจะสูบฉีดโลหิตผ่านเครือข่ายของเส้นเลือดอันได้แก่เส้น เลือดแดง เส้นเลือดดำ และเส้นเลือดฝอย ซึ่งเมื่อนำมายืดออกแล้วจะมีความยาวรวมกันถึง 60,000 ไมล์ ซึ่งเป็นระยะทางเท่ากับแอลเอถึงนิวยอร์ค 22 เที่ยว

บางครั้งหัวใจถูก เปรียบเทียบกับปั๊มน้ำที่ต่ออยู่กับท่อน้ำตามบ้าน ความจริงมันมีอะไรมากกว่านั้นแต่ก็ไม่ถึงกับซับซ้อน ปัจจุบันเราทราบแล้วว่าระบบไหลเวียนของโลหิตประกอบด้วยระบบไหลเวียนสองระบบ แยกจากกัน ด้านขวาของหัวใจสูบฉีดโลหิตไปยังปอดเพื่อกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์และรับ ออกซิเจน ส่วนด้านซ้ายสูบฉีดโลหิตไปทั่วร่างกายเพื่อลำเลียงสารอาหารและกำจัดของเสีย แต่ละด้านต่างมีหน้าที่ของตนเอง



เนื่องจากลักษณะพิเศษทั้งหมดเกิดขึ้น จากหัวใจเพียงดวงเดียว จึงต้องมีการควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบไหลเวียน เรื่องน่าทึ่งของระบบไหลเวียนโลหิตคือความสามารถในการตรวจจับและปรับเปลี่ยน การไหลเวียนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ

ไม่ว่าคุณจะกำลังวิ่ง กำลังนอน กำลังเครียด หรืออยู่ภายใต้อุณหภูมิสุดขั้ว ระบบไหลเวียนโลหิตของคุณกำลังได้รับการตรวจจับและปรับเปลี่ยนในสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณอยู่รอด การตรวจจับและปรับเปลี่ยนที่ฉลาดและงดงามนี้ไม่มีในหัวใจแต่มีอยู่ในเส้น เลือดทุกระยะ

เส้นเลือดประกอบด้วยผนังสามชั้น

ผนังเส้น เลือดมีด้วยกันสามชั้น ชั้นในสุดเรียกว่าเอนโดเทเลียมมีลักษณะบาง ชั้นที่สองชั้นกลางประกอบด้วยกล้ามเนื้อเรียบที่ทำให้เส้นเลือดสามารถขยาย หรือหดตัวเพื่อลดหรือเพิ่มปริมาณการไหลของโลหิตไปตามอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ ต่างๆมากน้อยตามความจำเป็น ชั้นนอกสุดเรียกว่าแอดเวนทีเทีย ทำหน้าที่เป็นชั้นขอบและแยกเส้นเลือดออกจากเนื้อเยื่ออื่นๆ ผนังเส้นเลือดแต่ละชั้นมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในกระบวนการตรวจจับ และปรับเปลี่ยนเพื่อควบคุมการไหลเวียนของโลหิต

เลือดไหลเวียนในเส้น เลือดด้วยการควบคุมอย่างระมัดระวังจากระบบประสาท ฮอร์โมน และสารเคมี ระบบประสาทเป็นตัวส่งสัญญาณบอกระบบไหลเวียนว่าควรปฏิบัติอย่างไร ในขณะเดียวกันระบบประสาทก็รับสัญญาณจากระบบไหลเวียนด้วยเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่นตอนคุณออกกำลังกายหัวใจคุณจะเต้นเร็วเป็นสองเท่า และสูบฉีดโลหิตเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่ามากกว่าตอนที่คุณพักผ่อน เนื่องจากกล้ามเนื้อของคุณต้องการออกซิเจนมากขึ้นเส้นเลือดจึงทำการปรับ เปลี่ยนการไหลเวียน

เมื่ออากาศหนาวเย็น เส้นเลือดที่ผิวหนังจะหดตัวเพื่อรักษาความร้อนในร่างกายและป้องกันอวัยวะที่ สำคัญ เป็นปฏิกิริยาของเส้นเลือดที่เกิดจากการตรวจจับและปรับเปลี่ยนอีกเช่นเดียว กัน หรือที่เบากว่านั้นเมื่อตอนที่เราเกิดความอาย เส้นเลือดที่หน้าของเราจะขยาย ทำให้รู้สึกร้อนที่ใบหน้าและเกิดอาการหน้าแดง การตอบโต้ทั้งหมดนี้เกิดจากการควบคุมและชี้นำโดยระบบตรวจจับที่สมบูรณ์ มีการส่งและรับสัญญาณเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะมีมากมายเพียงใดล้วนเกิดจากรูปแบบพื้นฐานเดียวกัน

ในระบบ ไหลเวียนโลหิตมีลำดับก่อนหลังของการตอบสนอง ระบบจะป้องกันอวัยวะก่อนเป็นอันดับแรก สมองได้รับเลือด 20% ไตได้รับ 20% และไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไรหัวใจจะได้รับ 5% นั่นคือมาตราฐาน ยกเว้นในกรณีที่เลือดไม่เพียงพอจากการบาดเจ็บและเสียเลือดมากหรือเกิดการ ช็อค เลือดจะถูกถ่ายเทจากบางเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ ไปสู่บางเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่า

ในขณะที่เรา ออกกำลังกายเช่นขี่จักรยาน เส้นเลือดที่กล้ามเนื้อจะขยายตัวเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้มากขึ้น เส้นเลือดในกระเพาะอาหารจะหดตัวเพื่อลดการไหลเวียน เลือดจึงไหลไปสู่ส่วนที่มีความต้องการเลือดมากที่สุด

ระบบไหลเวียนของ โลหิตนั้นน่าทึ่ง เป็นระบบที่ทำงานอย่างสอดประสานและพร้อมเพรียง ช่วยให้เราประกอบกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่ต้องกังวล เป็นระบบที่สวยงาม เรียบง่าย แม่นยำ และสมบูรณ์แบบ แน่นอนถ้าตัวระบบมีสุขภาพดี เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุขภาพของระบบอันสมบูรณ์แบบนี้กำลังเสื่อมโทรมลงอย่าง มากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของอเมริกา ความเข้าใจในระบบและในความเกี่ยวเนื่องของระบบช่วยให้ข้าพเจ้าได้ค้นพบวิธี ที่ดีและมีเหตุผลกว่าในการรักษาโรคหัวใจ

เมื่อระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

ใน ระบบไหลเวียนโลหิตที่มีสุขภาพดีผนังเส้นเลือดจะราบเรียบและยืดหยุ่นได้ดี สามารถขยายหรือหดตัวเพื่อตอบสนองตามความเรียกร้องได้เท่าที่จำเป็น แต่เมื่อสุขภาพของระบบไหลเวียนเสื่อมโทรมลงเส้นเลือดจะแข็งตัวและเต็มไปด้วย สิ่งที่ขัดขวางการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดจับตัวเป็นลิ่ม และแม้แต่ทำให้เกิดหัวใจวายและเส้นโลหิตในสมองแตก

ปกติด้านในของผนัง เส้นเลือดจะเรียบมากถูกสร้างขึ้นจากเซลล์เอนโดเทเลียล อย่างไรก็ตามเมื่อถูกกับสารเคมีที่เกี่ยวเนื่องกับการอักเสบเช่นไซโตคีน ผนังเส้นเลือดจะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะคล้ายเวลโคร (แถบยึดทำหน้าที่คล้ายซิปที่เมื่อดึงออกจากกันจะมีเสียงดังแควกๆ/ผู้แปล) ซึ่งจะเกาะเกี่ยวโมโนไซต์ที่อยู่ในระบบไหลเวียน ทำให้เหล่าโมโนไซต์คิดว่ามีสงครามให้ทำการสู้รบ ในบทความชุดนี้ข้าพเจ้าจะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า "เวลโครเอ็ฟเฟค"

และนี่คือการเกิดขึ้นของการอักเสบ จุดเริ่มต้นของการอักเสบที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องเลวร้าย

สิ่ง เหล่านี้เป็นเรื่องราวทางชีววิทยา และความสวยงามของชีววิทยาคือ เราไม่ต้องใช้การผ่าตัดหัวใจเพื่อเปลี่ยนแปลงมัน ในความเป็นจริงทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ล้วนมีอำนาจในทางชีววิทยาเพื่อการ เปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น เครื่องมือทั้งหลายสำหรับให้คุณใช้ป้องกันโรคหัวใจล้วนอยู่ที่นั่นและมีมา นานแล้ว แต่นี่ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางชีววิทยาภายในตัวคุณเท่านั้น แต่เป็นปัญหาทางชีววิทยาของสังคมและปัญหาในการเรียนรู้โรคภัย โรคภัยที่เปลี่ยนสถานะไปเป็นวิกฤต

ทุกคนล้วนต้องมีแผลเป็นจากการ อักเสบ ถ้าทุกคนล้วนอยู่ในความเสี่ยง ปัญหาคือเราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง ขอให้เรามาดูเรื่องราวของหัวใจวายในมุมมองด้านชีววิทยากัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น